← News feed
FSSIA แนะซื้อ KTB รับกำไร Q2 โตกว่าคาด อัปเป้าใหม่ 47.30 บาท
Affected tickers
Per-ticker News Sentiment Indicator
- KTBearnings_beat · positive · high
KTB reported Q2 net profit of 1.21 billion baht, which was 8% higher than market expectations due to strong net interest income and loan growth.
Article body
บริษัทหลักทรัพย์ที่ปรึกษาการลงทุน เอฟเอสเอส อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (FSSIA)
ระบุว่า
ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน)
หรือ
KTB
รายงานกำไรสุทธิในไตรมาสที่ 2 ของปี 2569 อยู่ที่ 1.21 หมื่นล้านบาท ซึ่งผลงานดังกล่าวสูงกว่าที่ทางฝ่ายวิจัยและตลาดคาดการณ์ไว้ถึง 8% แม้จะลดลง 2.5% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า แต่ปรับตัวเพิ่มขึ้น 9.0% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ปัจจัยสนับสนุนหลักมาจากรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ (NII) ที่ออกมาสูงกว่าคาดการณ์
รวมถึงการเติบโตของสินเชื่อและส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิ (NIM) ที่ทำได้ดีกว่าคาด ประกอบกับค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานที่ต่ำกว่าคาดการณ์ ซึ่งช่วยชดเชยผลกระทบจากรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ย (Non-NII) ที่ต่ำกว่าคาดการณ์ ขณะที่รายได้ค่าธรรมเนียมออกมาตามคาด
ทั้งนี้ คุณภาพสินทรัพย์โดยรวมของ KTB ยังคงแข็งแกร่งตามคาด ส่งผลให้ภาพรวมกำไรสุทธิในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 อยู่ที่ 2.46 หมื่นล้านบาท เติบโต 7.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน คิดเป็น 52% ของประมาณการกำไรสุทธิทั้งปี 2569 ที่ประเมินไว้
ดังนั้นทางฝ่ายวิจัยจึงยังคงประมาณการผลการดำเนินงานในช่วงปี 2569-2571 และคงคำแนะนำ “ซื้อ” อย่างไรก็ตาม ได้มีการปรับเพิ่มราคาเป้าหมายของปี 2569 ขึ้นเป็น 47.30 บาท จากเดิมที่ 36.40 บาท โดยอ้างอิงวิธี GGM ที่ระดับ PBV 1.39 เท่า จากเดิม 1.07 เท่า ภายใต้สมมติฐานผลตอบแทนต่อส่วนผู้ถือหุ้นระยะยาว (L-T ROE) ที่ 10.2% เท่าเดิม แต่ปรับลดสมมติฐานต้นทุนของเงินทุน (COE) ลงเหลือ 7.6% จากเดิม 9.6% ขณะที่ราคาหุ้นในปัจจุบันเทรดอยู่บนระดับ PBV ที่ 1.2 เท่า มีโอกาสปรับตัวขึ้น (Upside) 11% และคาดการณ์อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลเฉลี่ยที่ 5% ต่อปี
สำหรับกำไรจากการดำเนินงานก่อนหักสำรอง (PPOP) อยู่ที่ 2.29 หมื่นล้านบาท ลดลง 5.1% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า และลดลง 1.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยถูกกดดันจากรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยที่ลดลงถึง 11.3% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า แต่เพิ่มขึ้น 7.1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่วนรายได้ค่าธรรมเนียมอยู่ที่ 6.14 พันล้านบาท อ่อนตัวลงเล็กน้อย 0.9% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า แต่ขยายตัว 10.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน อย่างไรก็ตาม รายได้ค่าธรรมเนียมจากธุรกรรมการบริหารความมั่งคั่ง (Wealth Management) ยังคงเติบโตได้ดีเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า ภาพรวมรายได้ค่าธรรมเนียมในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 เติบโตถึง 12.1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งเป็นผลมาจากธุรกรรมการบริหารความมั่งคั่งและค่าธรรมเนียมจากบัตรเครดิต โดยตัวเลขดังกล่าวยังคงสูงกว่าเป้าหมาย (Guidance) ของ KTB ที่ประเมินว่าจะเติบโตในระดับเลขตัวเดียวระดับต่ำถึงกลาง และสูงกว่าประมาณการของฝ่ายวิจัยที่ประเมินว่าจะเติบโต 3.0% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
KTB สินเชื่อ-ค่าฟีพุ่ง ตั้งสำรองลด หนุนกำไร Q2 โต 9% ทะลุ 1.2 หมื่นล้าน
ตลาด DR ไทยพุ่ง 7 หมื่นล้าน KTB เตือนลงทุนรายตัวเสี่ยงสูง เตรียมส่ง 3 DR80 ดันพอร์ต
ด้านรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ (NII) ทำได้ 2.33 หมื่นล้านบาท สูงกว่าที่คาดการณ์ไว้ โดยลดลง 0.8% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า และลดลง 13.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งเป็นผลกระทบจากการปรับลดอัตราดอกเบี้ยในช่วงปลายไตรมาสที่ 1 ที่มารับรู้ผลเต็มไตรมาสในงวดนี้ ขณะที่ NIM ทรงตัวอยู่ที่ 2.46% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า และสูงกว่าที่ฝ่ายวิจัยคาดการณ์ไว้ที่ 2.29% แม้ผลตอบแทนจากสินเชื่อจะได้รับผลกระทบจากอัตราดอกเบี้ยที่ลดลง แต่ยังได้รับปัจจัยบวกจากต้นทุนดอกเบี้ยจ่ายที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง ส่วนหนึ่งมาจากการไถ่ถอนตราสาร Additional Tier 1 ที่มีต้นทุนสูงมูลค่า 600 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ในช่วงปลายไตรมาสที่ 1 ส่งผลให้ NIM ในครึ่งปีแรกอยู่ที่ 2.50% ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายของธนาคารที่ 2.35-2.50% และสูงกว่าที่ฝ่ายวิจัยคาดการณ์ไว้ที่ 2.43%
ภาพรวมสินเชื่อในไตรมาสที่ 2 เติบโตดีกว่าที่คาดการณ์ไว้ โดยขยายตัว 1.2% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า (จากเดิมคาดว่าจะหดตัว 0.6% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า) เพิ่มขึ้น 5.1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และขยายตัว 3.6% นับตั้งแต่ต้นปี ซึ่งสูงกว่าเป้าหมายของ KTB ที่ 0-2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และสูงกว่าคาดการณ์ของฝ่ายวิจัยที่ 2.0% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน การเติบโตนี้มาจากทุกกลุ่มสินเชื่อ ทั้งสินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่ สินเชื่อภาครัฐ สินเชื่อเอสเอ็มอี และสินเชื่อรายย่อย (ที่อยู่อาศัยและสินเชื่อส่วนบุคคล) โดยยังคงนโยบายการดูแลคุณภาพสินเชื่ออย่างระมัดระวังเช่นเดิม
ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานลดลงมากกว่าคาด โดยลดลง 5.0% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า และลดลง 14.1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งเป็นผลมาจากค่าใช้จ่ายพนักงานและค่าใช้จ่ายด้อยค่าของทรัพย์สินรอการขาย อย่างไรก็ตาม ฐานรายได้รวมที่ลดลงมากกว่า ทำให้อัตราส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ (Cost-to-Income Ratio) ทรงตัวเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า ที่ระดับ 38.9% โดยรวมอัตราส่วนดังกล่าวในครึ่งปีแรกอยู่ที่ 38.9% ซึ่งยังต่ำกว่าเป้าหมายของ KTB ที่ประเมินไว้ในระดับ 40% ตอนต้นถึงกลาง และต่ำกว่าประมาณการของฝ่ายวิจัยที่ 41.7% เนื่องจากคาดว่าค่าใช้จ่ายจะเร่งตัวขึ้นในช่วงที่เหลือของปี
ด้านคุณภาพสินทรัพย์โดยรวมทรงตัวแข็งแกร่งตามคาด หนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (Gross NPLs) ทรงตัวเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า แต่ลดลง 1.0% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ทั้งนี้ ฐานสินเชื่อที่เติบโตขึ้นทำให้อัตราส่วน NPL ลดลงมาอยู่ที่ 3.34% จากระดับ 3.37% ณ สิ้นไตรมาสที่ 1 ซึ่งยังต่ำกว่าเป้าหมายปี 2569 ของฝ่ายวิจัยที่ 3.46% ขณะที่ค่าใช้จ่ายผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น (ECL) ลดลงมากกว่าคาดเล็กน้อย
โดยมีต้นทุนความเสี่ยงจากการให้สินเชื่อ (Credit Cost) ที่ 0.95% ลดลงจากระดับ 1.14% ในไตรมาสแรก ซึ่งเป็นการเพิ่มในลักษณะที่ทำให้อัตราส่วนค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญต่อหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (Coverage Ratio) ทรงตัวอยู่ที่ราว 202% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า โดยภาพรวม Credit Cost ในช่วงครึ่งแรกของปีอยู่ที่ 1.05% ซึ่งยังสอดคล้องกับกรอบเป้าหมายของธนาคารที่ 0.75-1.15% และสูงกว่าประมาณการของฝ่ายวิจัยที่ 0.90%
Tags
FSSIA
KTB
กำไรสุทธิ
งบไตรมาส2
ธนาคารกรุงไทย
บริษัทหลักทรัพย์ที่ปรึกษาการลงทุน เอฟเอสเอส อินเตอร์เนชั่นแนล
ฟินันเซียไซรัส
สินเชื่อ